ไมเคิล แจ็คสัน Michael Jackson

ไมเคิล แจ็คสัน Michael Jackson

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ ไมเคิล แจ็คสัน มาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย เพราะไมเคิล แจ็คสัน เป็นนักร้องคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก แต่ตัวผู้เขียนเองก็รู้จักเพียงชื่อ และหน้าตาเท่านั้น ยังไม่เคยได้มีโอกาสฟังเพลงของเขา อาจจะเพราะผู้เขียนไม่ได้เกิดมาในยุคที่ไมเคิล กำลังโด่งดัง รวมถึงที่บ้านเองก็ไม่ได้ฟังเพลงสากลเท่าไรนัก และผู้เขียนก็มีความเชื่อว่า ยังมีหลายๆ คนที่ยังไม่รู้จักไมเคิล แจ็คสัน ดีเท่าไรนัก ในวันนี้จึงได้มีการรวบรวมประวัติของนักร้องระดับโลกท่านนี้ให้หลายๆ คนได้รู้จักเค้าไปพร้อมๆกัน Michael Jackson หรือไมเคิล แจ็คสัน มีชื่อเต็มว่า Michael Joseph Jackson (ไมเคิล โจเซฟ แจ็คสัน) เขาเกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2501 ในประเทศสหรัญอเมริกา เขาเข้าวงการนี้เมื่ออายุ 7 ขวบ โดยรับหน้าที่เป็นนักร้องนำในวง เดอะแจ็คสัน ไฟว์ (The Jackson 5) หลังจากนั้น 4 ปี เขาได้ออกอัลบั้มที่มีชื่อว่า Got to Be There ขณะนั้นไมเคิล แจ็คสัน มีอายุเพียงแค่ 11 ปี หลังจากที่อัลบั้มดังกล่าวออกมาก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ชม โดยคนต่างตะลึงในความสามารถของเขา เพราะเพลงของไมเคิล แจ็คสัน ได้รับความนิยมจนติดอันดับ 1 ได้ถึง 3 เพลงด้วยกัน เมื่อไมเคิลอายุได้ 21 ปี เขาได้ปล่อยผลงานออกมาโดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า Off The Wall ซึ่งผลงานนี้ของเขาก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอีกครั้งโดยตอนนั้นมียอดขายถึง…

Read More

สตีฟ จอบส์ Steve jobs

สตีฟ จอบส์ Steve jobs

ในวงการ IT หรือแม้แต่คนธรรมดาอย่างเราๆ ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก Steve jobs ผู้ซึ่งถือกำเนิดบริษัท Apple บริษัทที่ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งคอมพิวเตอร์ ไอพอท ไอแพด ไอโฟน และอื่นๆ ของแอปเปิ้ล ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน Steven Paul Jobs (สตีเวน พอล จอบส์) หรือ Steve Jobs เขาเกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2498 ณ เมือง San Francisco ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แม่ที่แท้จริงของจอบส์ คือโจแอน ซิมป์สัน พ่อคือ อับดุลฟัตตะห์ จันดาลี สตีฟ จอบส์ เป็นบุตรบุญธรรมของนายพอล และนางคลารา จอบส์  เขาสมรส กับ ลอเรนซ์ โพเวลล์ เมื่อวัน18 มีนาคม พ.ศ. 2534 ซึ่งมีลูกด้วยกัน 3 คน ข้อมูลอีกอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้ทราบนั่นก็คือ เขานับถือศาสนาพุทธ ด้านการศึกษา Steve jobs เรียนจบระดับไฮสคูลจากโรงเรียน Homestead High School จากนั้นเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาใน Reed College หลังจากเรียนได้เพียง 6 เดือน เขาได้ลาออก เพราะคิดว่าการเรียนในระดับอุดมศึกษาไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม…

Read More

บารัค โอบามา Barack Obama

บารัค โอบามา Barack Obama

Barack Obama มีชื่อเต็มว่า Barack Hussein Obama เขาเกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2504 ในรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีบิดาเป็นชาวเคนยา มารดาเป็นชาวอเมริกัน บารัค โอบามาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากนั้นเขาได้เข้าศึกษาในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด จนจบในปี 2534 เขาเริ่มต้นประกอบอาชีพเป็นทนายความ ด้านสิทธิมนุษยชน เขาได้สอนกฎหมายด้านรัฐธรรมนูญ ในมหาวิทยาลัยกฎหมายของเมืองชิคาโก ในฐานะของสมาชิกสภาคองเกรส  นอกจากนี้บารัคก็ยังมีผลงานมากมาย ทั้งร่างกฎหมายต่างๆ รวมถึงการได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐอิลลินอยส์ ในปี พ.ศ.2539 ในปี 2547 บารัค โอบามาได้แถลงคำปราศรัยต่อที่ประชุมแห่งชาติพรรคเดโมแครตเป็นครั้งแรก เขาได้ตั้งคำถามต่อประธานาธิบดีในขณะนั้นคือ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างอิรัก พร้อมทั้งได้มุ่งเน้นเกี่ยวกับพันธะผูกพันต่อทหารอเมริกันที่ออกไปทำการรบในต่างประเทศด้วย และที่สำคัญที่ทำให้บารัค โอบามา เป็นที่จับจ้องของทุกคนก็คือ เขาได้กล่าวถึงแง่มุมของการเลือกตั้งที่ดูจะไม่ยุติธรรม และตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามัคคีในความแตกต่างของชาวอเมริกัน โดยกล่าวว่า ”ที่นี่ไม่มีอเมริกาสายกลาง และอเมริกาสายอนุรักษ์ มีแต่เพียงอเมริกาที่เป็นสหพันธรัฐของทุกคน” หลังจากที่เขาพูดประโยคเด็ดนี้ออกไป สำนักข่าวในสหรัฐอเมริกาต่างก็ได้นำคำพูดดังกล่าวออกมาตั้งประเด็นขึ้นมากมาย  เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้บารัค โอบามากลายเป็นนักการเมืองสำคัญของอเมริกาไปเพียงชั่วพริบตา การหาเสียงที่ชนะใจชาวอเมริกันกว่าครึ่งประเทศของบารัค โอบามา หลักจากที่หลายๆ คนได้รู้จักนักการเมืองคนนี้ไปบ้างแล้ว เมื่อครั้งที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐฯ เมื่อปี 2551 บารัคก็ได้เข้ารับการเลือกตั้งครั้งนี้โดยเขามีนโยบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีความตรงตามความต้องการของคนรุ่นใหม่ โดยเขาเลือกที่จะหาเสียงผ่านสื่อทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งภาพที่ติดตาของทุกคน คือภาพใบหน้าของบารัค โอบามา พร้อมข้อความที่เขียนด้านล่างว่า HOPE ซึ่งหมายถึงความหวังของคนสหรัฐฯ ที่อยากเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ในขณะนั้นคู่แข่งของบารัค โอบามาคือนางฮิลลารีน่า ซึ่งหลายคนต่างก็เชื่อว่าเธอจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้…

Read More

เอากุสตุส ซีซาร์ (Augustus Caesar)

เอากุสตุส ซีซาร์ (Augustus Caesar)

จักรพรรดิเอากุสตุส เขาเกิดมาในตระกูลเดียวกับจูเลียต ซีซาร์ แต่พอจูเลียต ซีซาร์พี่ชายของยายเขาโดนลอบสังหาร เขาจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นลูกบุญธรรมของซีซาร์  เมื่อโตขึ้นมาเขาไปปฏิวัติการปกครองมาเป็นแบบจักรวรรดิและแต่งตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นจักรพรรดิซึ่งเขาไปขึ้นครองอำนาจตั้งแต่ปี 27 จนถึงปีที่ 14 ก่อนคริสต์ศักราช เขาเป็นจุดรวมทุกอย่างในโรมันต์ ดูแลและควบคุมการปกครองทั้งหมด ในสมัยออกุสตุส จักพรรดิแห่งโรมันต์สมัยนี้ได้มีการขยายอำนาจอย่างกว้างขวาง นับว่าเป็นสมัยจักวรรดิที่รุ่งเรืองที่สุดก็เป็นได้ ในสมัยของเอากุสตุสจะสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แล้วเขายังสร้างสาธารณูปโภคอย่างอื่นเพื่อแสดงให้ประเทศอื่นรู้ว่าบ้านเมืองของเขานั้นรุ่งเรืองถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ที่สามารถเชื่อมอาณาจักรของเขา สะพาน ถนน และในสมัยนั้นยังมีทหารที่เป็นกองทัพเรือคอยลาดตะเวนดูความเคลื่อนไหวของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่รู้จักกันทั่วโลกอีกด้วย ถึงแม้ตอนนี้จักรพรรดิเอากุสตุสจะตายไปแล้ว แต่จักรวรรดิโรมันของเขานั้นยังเป็นจักรวรรดิที่เข็มแข็ง มีชื่อเสียงเรื่องการรบ เรื่องราวในอดีตที่สร้างความน่าประทับใจในความกล้าหาญจนทำให้คนรุ่นหลังนำมาทำเป็นภาพยนต์หลายเรื่องให้เราได้ศึกษาในปัจจุบัน

Read More

จูเลียส ซีซาร์ (Julian Caesar)

จูเลียส ซีซาร์ (Julian Caesar)

จูเลียต ซีซาร์ กำเนิดเมื่อ 22 กรกฏาคม เมื่อประมาณ 100 ปีก่อนคริสตศักราช ในครอบครัวขุนนางที่เก่าแก่ ซีซาร์เป็นทารกคนแรกที่คลอดโดยการผ่าท้อง พ่อของเขาตายเมื่อเขามีอายุได้เพียง 16 ปี มีเพียงแต่แม่ของเขาที่ดูแลเขาตลอดมา ตั้งแต่เด็กซีซาร์ไม่คิดว่าเขาจะเป็นทหารแบบจริงจัง เพราะอาชีพที่เขาอยากเป็นนั้น คือนักกฏหมาย หรือทนายความ เพราะในสมัยนั้นอาชีพนี้เป็นหน้าเป็นตาของวงศ์ตระกูล ซีซาร์เป็นคนที่ชื่นชอบด้านการต่อสู้เป็นชีวิตจิตใจ เขามีแววฉายตั้งแต่เล็กว่าเขาจะเป็นนักรบที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง พอเขาอายุ 21 ปีเขามีชื่อเสียงมากจากการรบ เขาได้รับเหรียญกล้าหาญจากการเอาชนะจาก 300 ประเทศได้ เขาจึงเป็นทหารผู้ที่มีอำนาจ และเก่งทีสุดในสมัยนั้นเพราะเขาสามารถเอาชนะแต่ละเมืองได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ยุโรปตอนเหนือจนไปถึงยุโรปตอนใต้ ซีซาร์เป็นชายชาติทหารผู้ไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆ เขามักจะแสดงความกล้าหาญของเขาให้เหล่ากองทัพของเขาได้ดูเป็นตัวอย่าง เขามักสอนในทหารของเขามีสติและเชื่อมั่นในตัวเอง ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในสนามรบเขาจะคิดถึงแต่ความยิ่งใหญ่ แต่ถึงแม้ว่าซีซาร์จะเก่งแค่ไหน เขาก็พลาดพลั้งโดนทหารคนสนิดลอบสังหารเพียงเพราะเขาไว้ใจทหารคนนั้นมากเกินไป ถึงแม้ตอนนี้ซีซาร์จะตายไปนานมากแล้วแต่ในประวัติศาสตร์ ซีซาร์ถือว่าเป็นผู้บัญชาทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง

Read More

นโปเลียน โบนาปาร์ท (Napoleon Bonaparte)

นโปเลียน โบนาปาร์ท (Napoleon Bonaparte)

ถ้าพูดถึงการทำศึกและการออกรบ มีจักรพรรดิคนหนึ่งที่โด่งดังมาก มีชื่อเสียง ในทวีปยุโรปเค้ารู้จักกันดีว่าบุคคลนี้มีความสามารถในทางการรบสุดยอดจริง ๆ ชื่อของเขาคือ นโปเลียน โบนาปาร์ท เขาคือบุคคลในประวัติศาสตร์ในฐานะจอมทัพนักปฏิวัติ นโปเลียน โบนาปาร์ท เกิดวันที่ 15 สิงหาคม ปีค.ศ.1769 มาจากเกาะคอร์ซิก้า เขาคือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่วางแผนการรบด้วยตนเองแทบทุกอย่าง เริ่มบัญชากองรบด้วยตนเองเพียงอายุแค่ 26 ปี ฉายาของเขาไม่ได้มาจากไม่ได้มาจากการเป็นจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ แต่มาจากความสูง ที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “นักรบร่างเล็ก: หรือเลอเพอดี คาร์พาคาล เขาออกรบเพื่อยึดครองดินแดนไปทั่วยุโรป และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขาอยู่ที่เมืองวอเตอร์ลู ในเบลเยี่ยม เมื่อปีค.ศ. 1815  นโปเลียน โบนาปาร์ท เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 52 ปีด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร

Read More

วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare)

วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare)

เกิดวันที่ –  26 เมษายน ค.ศ. 1564 เสียชีวิตวันที่ – 23 เมษายน ค.ศ. 1616 อายุ – 52 ปี นักกวีและนักเขียนบทละครที่ยิ่งใหญ่ของโลก เชกสเปียร์เป็นคนอังกฤษและได้รับการยกว่า เป็นนักเขียนชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จนถูกเรียกขานว่าเป็นกวีแห่งชาติของอังกฤษ พร้อมกับชื่อเรียกอย่าง “Bard of Avon” ผลงานของเชกสเปียร์ยังหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน อาทิเช่น บทละคร 38 เรื่อง , กวีนิพนธ์ซอนเน็ต 154 เรื่อง , กวีนิพนธ์อย่างยาว 2 เรื่อง รวมถึงบทละครของเขาถูกนำไปแปลงเป็นบทละครมากมาย และถูกนับว่าบทละครของเชกสเปียร์นับว่าถูกนำไปทำบทละครมากที่สุด เชกสเปียร์ได้รับการยกย่องสูงสุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 อีกทั้งนักกวียุควิคตอเรียต่างให้ความเคารพนับถือเชกสเปียร์เป็นอย่างมาก ถึงขนาดต่างตั้งให้เขาเป็นถึง “Bardolatry” หรือ จอมกวี หรือ เทพแห่งกวีอีกด้วย แต่ในช่วงเวลาต่อมาหลังจากที่เชกสเปียร์เสียชีวิตไปมากกว่า 150 ปี มีการถกเถียงกันถึงความเป็นเจ้าของผลงานต่างๆ ที่เชกสเปียร์เป็นเจ้าของ เพราะผลงานเหล่านั้นบางชิ้นอาจเป็นของนักกวีอย่าง เอ็ดเวิร์ด เดอ เวียร์ , ฟรานซิส เบคอน หรือ คริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ จนถึงขั้นมีการศึกษากันอย่างจึงจังจนถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 กันเลยทีเดียว

Read More

อัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel)

อัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel)

อัลเฟรด โนเบล หรือเรียกกันว่า โนเบล เขาคือคนที่คิดค้นดินระเบิดขึ้นมา และเขายังเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลอีกด้วย เพราะเขาได้มีโรงงานที่ผลิตอาวุธที่ใหญ่มาก แต่เขากับเอาเงินตรงนั้นไปมอบให้มูลนิธิเพื่อนำเงินนี้ไปมอบให้กับคนที่ช่วยชาติของเรา ซึ่งมูลนิธิเลยตั้งชื่อว่ารางวัลโนเบลนั้นเอก และเขายังเป็นคนที่คิดค้นระเบิดไดนามิค เพราะเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้อย่างมาก เราต้องยกให้เขาเลยเรื่องการคิดค้นอาวุธต่างๆ อัลเฟรด โนเบล กับความรู้ที่ยิ่งใหญ่ อัลเฟรด โนเบลนั้นเกิดในครอบครัวที่มีฐานะที่ร่ำรวย และยังมีโรงงานผลิตเหล็กต่างที่มีขนาดใหญ่อีกด้วย ซึ่งพอเขาได้มาบริหารธุรกิจโรงงานเองเขาก็ได้เปลี่ยนโรงงานที่ผลิตเหล็กมาเป็นโรงงานที่ผลิตอาวุธต่างๆ เพื่อที่จะนำไปทำสงครามต่างๆนั้นเอง และการที่เขาผลิตอาวุธนั้นเขาได้มีการนำเงินที่ได้จากการขายอาวุธไปมองให้มูลนิธิเพื่อเป็นรางวัลให้กับคนที่รบเพื่อชาติ และเขาก็ได้ตั้งชื่อรางวัลนี้ว่ารางวัลโนเบลนั้นเอง ซึ่งโนเบลก็ได้คิดค้นระเบิดไดนามิคขึ้นมา ซึ่งถือว่าเป็นระเบิดที่สามารถทำลายร้างได้สูงเลยทีเดียว และเขายังได้คิดค้นหนังเทียม หรือสิ่งประดิษฐ์ที่สังเคราะห์อีกหลายรายการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น หนังเทียม ยางสังเคราะห์ หรือไหมเทียม ที่สามารถนำมาทำเป็นเสื้อผ้าได้ในสมัยนี้ เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีพวกสิ่งประดิษฐ์สังเคราะห์แบบนี้ เขาเลยได้คิดค้นขึ้นมา เพื่อนำมาสร้างประโยชน์ให้กับสิ่งอื่นนั้นเอง เพราะการที่เรานำสิ่งพวกนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเช่น นำยางสังเคราะห์มาใช้เพื่อ มัดผมหรือรัดสิ่งของต่างๆที่ติดกัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีโดยที่เราไม่ต้องใช้เชือกที่หายากอีกเลย และไหมเทยมก็สามารถนำมาทำสีและต่อกับเส้นผมได้ ซึ่งไหมเทียมก็จะมีประโยชน์อยู่มากมายในการที่เราจะนำมาใช้งาน เพราะสมัยนี้เสื้อผ้าต่างๆก็ใช้พวกไหมเทียมกันเยอะแล้ว และหนังเทียมนั้นเขานิยมนำมาทำเป็นกระเปาหรือรองเท้า เพื่อให้มีความสวยงามในการถือและใส่นั้นเอง เพราะกระเป๋าถ้าเราไม่อยากใช้พวกหนังสัตว์ต่างๆ เราก็จะใช้หนังเทียมตัวนี้เป็นการใช้แทนหนังสัตว์ที่ต้องโดนทำร้าย ซึ่งการที่เขาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์พวกนี้ขึ้นมานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากในการคิดค้น และเราสามารถรถการฆ่าสัตว์ได้เยอะเลย ถือว่าเป็นบุคคลที่เราจะไม่มีวันลืมเขาเลย เพราะเขาได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆไว้ให้คนยุคหลังได้นะมาใช้ประโยชน์กันอย่างมากมาย

Read More

เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela)

เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela)

เนลสัน แมนดาลา เป็นประธานาธิบดีสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ที่ถูกเลือกตั้งอย่างถูกต้อง และเป็นคนแรกที่ได้รับการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย ซึ่งเขาได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ 5 ปีด้วยกัน ซึ่งในระยะเวลาที่เขาได้ดำรงตำแหน่งอยู่นั้น เขาก็ได้สู้เพื่อชาวแอฟริกาที่โดนเหยียดเรื่องสีผิวนั้นเอง จนเขาก็สามารถทวงความยุติธรรมขึ้นมาได้ และเสรีภาพกับคืนมาได้นั้นเอง บุคคลที่โลกต้องจำเขาไปตลอด เนลสัน แมนเดลา โดยเนลสัน ได้ทำการทวงความยุติธรรมเรื่องการโดนเหยียดสีผิว เพราะเขาเห็นว่าทุกคนนั้นควรได้รับเสรีภาพเท่ากัน ซึ่งการที่เขานั้นได้สู้เพื่อชาวสีผิวดำที่โดนเหยียดสีผิวให้ไม่มีที่ยืนนั้นเอง และการที่เรานั้นแบ่งแยกสีผิวกันถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเลย เพราะการที่เราไม่ให้เสรีภาพของคนต่างสีผิวนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีเลย และ เนลสัน ได้สู้เพื่อคนผิวดำอย่างสุดความสามารถ จนเขาสามารถชนะคดีเรื่องการเหยียดสีผิวนี้ได้ เพราะเขาเห็นว่าการเหยียดสีผิวเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีเอาสะเลย และเขาก็ได้การตอบรับที่ดีกลับมาอย่างมาก และมีกำลังที่มอบให้เขาอยู่มากมายเลยทีเดียว จนศาลโลกได้ยุติคดีการเหยียดสีผิวลง และศาลโลกขอให้พวกเขารักกันอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และไม่อยากให้ทุกคนเกลียดกันเพราะสีผิวที่ต่างกัน หรือแบ่งแยกอะไรกันทั้งนั้นทุนคนคือคนเหมือนกันและมีเสรีภาพเท่ากันนั้นเอง เนลสัน แมนเดลา คือคนที่ทำให้คนที่มีสีผิวที่ต่างกันมาอยู่ร่วมกันได้ เพราะเขาคิดว่าคนเรานั้นไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนๆ ก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ ซึ่งการที่เราจะแบ่งแยกสีผิวกันนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะการที่เรามาวัดคุณค่าของคนที่สีผิวนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก ซึ่งการที่เราไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนที่มีสีผิวที่ต่างกันมันใช่เรื่องที่เราสมควรทำหรอ เราสามารถเอาสีผิวว่าวัดว่าคนดำต้องเป็นโจรนะคนขาวต้องเป็นคนดีมันใช่เรื่องไหม เพราะการที่เราแบ่งแยกสีผิวกันนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเลย ซึ่งเราไม่สามารถไปวัดคนไหนได้ว่า เขาเกิดประเทศนี้สีผิวต้องเป็นแบบนี้นะ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีสีผมที่ต่างกันออกไป เราก็ควรที่จะรักกันและอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกเพราะสีผิวที่ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกลียดอะไรเลย

Read More
1 2