คลีโอพัตรา (Cleopatra)

คลีโอพัตรา (Cleopatra)

พระนางคลีโอพัตรา เป็นราชินีที่โด่งดังอีกหนึ่งคนแห่งประวัติศาสตร์อียิปห์ หญิงงามที่ทำให้อาณาจักรโรมันต์ยอมคุกเข่า พระนางคลีโอพัตราประสูติเมื่อเดือนมกราคม เมื่อ 69 ปี ก่อนคริสตกาล เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณองค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมี คำว่า คลีโอพัตรา แปลว่า ความเจริญรุ่งเรืองของบิดา นามเต็มของพระนางคือ คลีโอพัตรา เธอา ฟิโลปาตอร์ ซึ่งหมายความง่ายๆว่า ผู้เป็นที่รักของบิดา คลีโอพัตรถูกปลูกฝังให้เป็นฟาโรห์ตั้งแต่เด็ก และเธอเรียนรู้ที่เป็นฟาโรห์ที่เก่งกว่าบิดาของตน ทำให้ผู้คนในอียิปต์ชื่นชอบในตัวเธอเป็นจำนวนมาก  กุญแจแห่งความสำเร็จของเธอล้วนมาจากความฉลาดหลักแหลม และการเข้าใจภาษาอียิปต์และประเทศนั้นอย่างดี เธอเป็นราชินีเพียงคนเดียวที่เรียนภาษาอียิปต์ เธอซึมซับบทเรียนของปาโตเรมีและเป็นราชินีเพียงคนเดียวที่ยอมเสียสละทุกอย่างที่ทำให้อียิปต์เป็นใหญ่ คลีโอพัตราได้จบชีวิตของเธอ ตามตำนานของโรมันต์เธอโดนจองจำเหมือนกับนักโทษ เธอจึงจบชีวิตตัวเองโดยการฆ่าตัวตาย ความทะเยอะทะยานที่จะครอบครองโลกของเธอจึงจบลง

Read More

เนเฟอร์ติติ์ (Nefertiti)

เนเฟอร์ติติ์ (Nefertiti)

พระนางเนเฟอร์ติติ  ในตำนานได้กล่าวไว้ว่า อียิปต์ไม่เคยสร้างหญิงใดงามได้เท่าพระนางเนเฟอร์ติติ ซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์แบบในพระสิริโฉม เรื่องราวของพระนางเนเฟอร์ติติ เริ่มต้นจากยุครุ่งเรืองมัลการ์ตาร์ที่งดงามที่สุดในอิยิปโบราณและเป็นที่ประทับของฟาโรห์ ไม่มีใครทราบว่าพ่อแม่ของพระนางเนเฟอร์ติติคือใคร พระนางเนเฟอร์ติติเติบโตท่ามกลางนางสนมกว่า 500 คนในฮาเร็มกว้างใหญ่ของอาเมนโฮเทปที่2 ฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอียิปต์ ซึ่งพระมเหสีราชินีไทยี่ เลือกหญิงสาวจากฮาเร็มแห่งนี้ให้เป็นชายาของพระโอรสและผู้ที่ถูกเลือกนั้นคือ พระนางเนเฟอร์ติติ แต่ทุตโมเสสองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ตั้งแต่อายุยังน้อย จึงทำให้อาเคนาเตนพระสวามีของพระนางเนเฟอร์ติติกลายมาเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์อียิปต์ ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกัน 6 คน ในปีที่4 ของการครองราชย์ทั่งคู่ตัดสินใจละทิ้งเมืองทีบส์ ที่เคยเป็นเมืองหลวงของอียิปต์มาเป็นเวลาหลายร้อยปี และออกมุ่งหน้าไปในทะเลทราย พระองค์ทรงแสวงหาที่สร้างเมืองหลวงใหม่ที่ปลอดภัยและห่างไกลจากศัตรู อาเมนโฮเตปที่4 เริ่มสร้างสถานที่เพื่อบูชาเทพอาเตนและยังเชื่ออีกว่าที่เดียวกันนี้พระองค์ได้ก่อสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นรู้จักเป็นชื่อเมือง อาร์ฮานา เมืองแห่งนี้ได้ถูกวางผังเมืองอย่างดีเป็นเมืองแรกของโลก ในปีที่ 14 พระนางเนเฟอร์ติติก็หายไปในจากบันทึก นักอียิปต์วิทยาบางคนเชื่อว่าพระนางสิ้นพระชนม์ด้วยโรคระบาด

Read More

เอากุสตุส ซีซาร์ (Augustus Caesar)

เอากุสตุส ซีซาร์ (Augustus Caesar)

จักรพรรดิเอากุสตุส เขาเกิดมาในตระกูลเดียวกับจูเลียต ซีซาร์ แต่พอจูเลียต ซีซาร์พี่ชายของยายเขาโดนลอบสังหาร เขาจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นลูกบุญธรรมของซีซาร์  เมื่อโตขึ้นมาเขาไปปฏิวัติการปกครองมาเป็นแบบจักรวรรดิและแต่งตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นจักรพรรดิซึ่งเขาไปขึ้นครองอำนาจตั้งแต่ปี 27 จนถึงปีที่ 14 ก่อนคริสต์ศักราช เขาเป็นจุดรวมทุกอย่างในโรมันต์ ดูแลและควบคุมการปกครองทั้งหมด ในสมัยออกุสตุส จักพรรดิแห่งโรมันต์สมัยนี้ได้มีการขยายอำนาจอย่างกว้างขวาง นับว่าเป็นสมัยจักวรรดิที่รุ่งเรืองที่สุดก็เป็นได้ ในสมัยของเอากุสตุสจะสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แล้วเขายังสร้างสาธารณูปโภคอย่างอื่นเพื่อแสดงให้ประเทศอื่นรู้ว่าบ้านเมืองของเขานั้นรุ่งเรืองถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ที่สามารถเชื่อมอาณาจักรของเขา สะพาน ถนน และในสมัยนั้นยังมีทหารที่เป็นกองทัพเรือคอยลาดตะเวนดูความเคลื่อนไหวของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่รู้จักกันทั่วโลกอีกด้วย ถึงแม้ตอนนี้จักรพรรดิเอากุสตุสจะตายไปแล้ว แต่จักรวรรดิโรมันของเขานั้นยังเป็นจักรวรรดิที่เข็มแข็ง มีชื่อเสียงเรื่องการรบ เรื่องราวในอดีตที่สร้างความน่าประทับใจในความกล้าหาญจนทำให้คนรุ่นหลังนำมาทำเป็นภาพยนต์หลายเรื่องให้เราได้ศึกษาในปัจจุบัน

Read More

จูเลียส ซีซาร์ (Julian Caesar)

จูเลียส ซีซาร์ (Julian Caesar)

จูเลียต ซีซาร์ กำเนิดเมื่อ 22 กรกฏาคม เมื่อประมาณ 100 ปีก่อนคริสตศักราช ในครอบครัวขุนนางที่เก่าแก่ ซีซาร์เป็นทารกคนแรกที่คลอดโดยการผ่าท้อง พ่อของเขาตายเมื่อเขามีอายุได้เพียง 16 ปี มีเพียงแต่แม่ของเขาที่ดูแลเขาตลอดมา ตั้งแต่เด็กซีซาร์ไม่คิดว่าเขาจะเป็นทหารแบบจริงจัง เพราะอาชีพที่เขาอยากเป็นนั้น คือนักกฏหมาย หรือทนายความ เพราะในสมัยนั้นอาชีพนี้เป็นหน้าเป็นตาของวงศ์ตระกูล ซีซาร์เป็นคนที่ชื่นชอบด้านการต่อสู้เป็นชีวิตจิตใจ เขามีแววฉายตั้งแต่เล็กว่าเขาจะเป็นนักรบที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง พอเขาอายุ 21 ปีเขามีชื่อเสียงมากจากการรบ เขาได้รับเหรียญกล้าหาญจากการเอาชนะจาก 300 ประเทศได้ เขาจึงเป็นทหารผู้ที่มีอำนาจ และเก่งทีสุดในสมัยนั้นเพราะเขาสามารถเอาชนะแต่ละเมืองได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ยุโรปตอนเหนือจนไปถึงยุโรปตอนใต้ ซีซาร์เป็นชายชาติทหารผู้ไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆ เขามักจะแสดงความกล้าหาญของเขาให้เหล่ากองทัพของเขาได้ดูเป็นตัวอย่าง เขามักสอนในทหารของเขามีสติและเชื่อมั่นในตัวเอง ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในสนามรบเขาจะคิดถึงแต่ความยิ่งใหญ่ แต่ถึงแม้ว่าซีซาร์จะเก่งแค่ไหน เขาก็พลาดพลั้งโดนทหารคนสนิดลอบสังหารเพียงเพราะเขาไว้ใจทหารคนนั้นมากเกินไป ถึงแม้ตอนนี้ซีซาร์จะตายไปนานมากแล้วแต่ในประวัติศาสตร์ ซีซาร์ถือว่าเป็นผู้บัญชาทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง

Read More

นโปเลียน โบนาปาร์ท (Napoleon Bonaparte)

นโปเลียน โบนาปาร์ท (Napoleon Bonaparte)

ถ้าพูดถึงการทำศึกและการออกรบ มีจักรพรรดิคนหนึ่งที่โด่งดังมาก มีชื่อเสียง ในทวีปยุโรปเค้ารู้จักกันดีว่าบุคคลนี้มีความสามารถในทางการรบสุดยอดจริง ๆ ชื่อของเขาคือ นโปเลียน โบนาปาร์ท เขาคือบุคคลในประวัติศาสตร์ในฐานะจอมทัพนักปฏิวัติ นโปเลียน โบนาปาร์ท เกิดวันที่ 15 สิงหาคม ปีค.ศ.1769 มาจากเกาะคอร์ซิก้า เขาคือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่วางแผนการรบด้วยตนเองแทบทุกอย่าง เริ่มบัญชากองรบด้วยตนเองเพียงอายุแค่ 26 ปี ฉายาของเขาไม่ได้มาจากไม่ได้มาจากการเป็นจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ แต่มาจากความสูง ที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “นักรบร่างเล็ก: หรือเลอเพอดี คาร์พาคาล เขาออกรบเพื่อยึดครองดินแดนไปทั่วยุโรป และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขาอยู่ที่เมืองวอเตอร์ลู ในเบลเยี่ยม เมื่อปีค.ศ. 1815  นโปเลียน โบนาปาร์ท เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 52 ปีด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร

Read More

วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare)

วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare)

เกิดวันที่ –  26 เมษายน ค.ศ. 1564 เสียชีวิตวันที่ – 23 เมษายน ค.ศ. 1616 อายุ – 52 ปี นักกวีและนักเขียนบทละครที่ยิ่งใหญ่ของโลก เชกสเปียร์เป็นคนอังกฤษและได้รับการยกว่า เป็นนักเขียนชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จนถูกเรียกขานว่าเป็นกวีแห่งชาติของอังกฤษ พร้อมกับชื่อเรียกอย่าง “Bard of Avon” ผลงานของเชกสเปียร์ยังหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน อาทิเช่น บทละคร 38 เรื่อง , กวีนิพนธ์ซอนเน็ต 154 เรื่อง , กวีนิพนธ์อย่างยาว 2 เรื่อง รวมถึงบทละครของเขาถูกนำไปแปลงเป็นบทละครมากมาย และถูกนับว่าบทละครของเชกสเปียร์นับว่าถูกนำไปทำบทละครมากที่สุด เชกสเปียร์ได้รับการยกย่องสูงสุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 อีกทั้งนักกวียุควิคตอเรียต่างให้ความเคารพนับถือเชกสเปียร์เป็นอย่างมาก ถึงขนาดต่างตั้งให้เขาเป็นถึง “Bardolatry” หรือ จอมกวี หรือ เทพแห่งกวีอีกด้วย แต่ในช่วงเวลาต่อมาหลังจากที่เชกสเปียร์เสียชีวิตไปมากกว่า 150 ปี มีการถกเถียงกันถึงความเป็นเจ้าของผลงานต่างๆ ที่เชกสเปียร์เป็นเจ้าของ เพราะผลงานเหล่านั้นบางชิ้นอาจเป็นของนักกวีอย่าง เอ็ดเวิร์ด เดอ เวียร์ , ฟรานซิส เบคอน หรือ คริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ จนถึงขั้นมีการศึกษากันอย่างจึงจังจนถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 กันเลยทีเดียว

Read More
1 2